ธรรมมะ

ทุกะ
ธรรมมีอุปการะมาก 2 อย่าง

1. สติ ความระลึกได้
2. สัมปชัญญะ ความรู้ตัว

ธรรมเป็นโลกบาล คือ คุ้มครองโลก 2 อย่าง

1. หิริ ความละอายแก่ใจ
2. โอตตัปปะ ความเกรงกลัว

ธรรมอันทำให้งาม 2 อย่าง

1. ขันติ ความอดทน
2. โสรัจจะ ความเสงี่ยม

บุคคลหาได้ยาก 2 อย่าง

1. บุพพการี บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน
2. กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และ
ตอบแทน

1901219_10152227867962661_1516258584_

ติกะ

รัตนะ 3 อย่าง พระพุทธ 1 พระธรรม 1 พระสงฆ์

1. ท่านผู้สอนให้ประชุมชนประพฤติชอบด้วย กาย วงจา ใจ ตามพระธรรมวินัย ที่ท่านเรียกว่า พุทธศาสนา ชื่อพระพุทธเจ้า
2. พระธรรมวินัยที่เป็นคำสั่งสอนของท่าน ชื่อ พระธรรม
3. หมู่ชนที่ฟังคำสอนของท่านแล้ว ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย ชื่อ พระสงฆ์

คุณของรัตนะ 3 อย่าง

พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตามด้วย พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว
พระสงฆ์ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สอนผู้ อื่นให้กระทำตามด้วย 8 อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน 3 อย่าง
1. ทรงสั่งสอนเพื่อจะให้ผู้ฟังรู้ยิ่งเห็นจริงในธรรมที่ควรรู้ควรเห็น
2. ทรงสั่งสอนมีเหตุผลที่ผู้ฟังอาจตรองตามให้เห็นจริงได้
3. ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์ คือผู้ปฏิบัติตามย่อมได้ประโยชน์โดยสมควรแก่ความปฏิบัติ

โอวาทของพระพุทธเจ้า 3 อย่าง

1. เว้นจากทุจริต คือประพฤติชั่ว ด้วยกาย วาจา ใจ
2. ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบ ด้วยกาย วาจา ใจ
3. ทำใจของตนให้หมดจดจากเรื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ
หลง เป็นต้น

ทุจริต 3 อย่าง

1. ประพฤติชั่วด้วยกาย เรียก กายทุจริต
2. ประพฤติชั่วด้วยวาจา เรียก วจีทุจริต
3. ประพฤติชั่วด้วยใจ เรียกว่า มโนทุจริต

กายทุจริต 3 อย่าง

ฆ่าสัตว์ 1 ลักฉ้อ 1 ประพฤติผิดในกาม 1 วจีทุจริต 4 อย่าง
พูดเท็จ 1 พูดส่อเสียด 1 พูดคำหยาบ 1 พูดเพ้อเจ้อ 1
มโนทุจริต 3 อย่าง โลภอยากได้ของเขา 1 พยาบาทปองร้ายเขา 1 เห็นผิดจาก ครองธรรม 1 ทุจริต 3 อย่างนี้เป็นกิจไม่ควรทำ ควรจะละเสีย

สุจริต 3 อย่าง

1. ประพฤติชอบด้วยกาย เรียกว่ากายสุจริต
2. ประพฤติชอบด้วยวาจา เรียกวจีสุจริต
3. ประพฤติชอบด้วยใจ เรียกมโนสุจริต

กายสุจริต 3 อย่าง
เว้นจากฆ่าสัตว์ 1 เว้นจากลักฉ้อ 1 เว้นจากประพฤติผิดใน กาม 1
วจีสุจริต 4 อย่าง เว้นจากพูดเท็จ 1 เว้นจากพูดส่อเสียด 1 เว้นจากพูดคำหยาบ 1 เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ 1 มโนสุจริต 3 อย่าง
ไม่โลภอยากได้ของเขา 1 ไม่พยาบาทปองร้ายเขา 1 เห็นชอบ
ตามคลองธรรม 1 สุจริต 3 อย่างนี้ เป็นกิจควรทำ ควรประพฤติ

อกุศลมูล 3 อย่าง

รากเง่าของอกุศล เรียกอกุศลมูล มี 3 อย่าง คือ โลภะ อยากได้
1 โทสะ คิดประทุษร้ายเขา 1 โมหะ หลงไม่รู้จริง 1 เมื่ออกุศลมูล
เหล่านี้ โลภะ โทสะ โมหะ ก็ดี มีอยู่แล้ว อกุศลอื่นที่ยังไม่เกิดก็
เกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็เจริญมากขึ้น เหตุนั้นควรละเสีย
กุศลมูล 3 อย่าง
รากเง่าของกุศล เรียกกุศลมูล มี 3 อย่าง คือ อโลภะ ไม่อยาก
ได้ 1 อโทสะ ไม่คิดประทุษร้ายเขา 1 อโมหะ ไม่หลง 1 เมื่อกุศล
มูลเหล่านี้ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ก็ดี มีอยู่แล้ว กุศลอื่นที่ยังไม่
เกิดก็เกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็เจริญมากขึ้น เหตุนั้นควรให้เกิดมีใน
สันดาน

สัปปุริสบัญญัติ คือข้อที่สัตบุรุษตั้งไว้ 3 อย่าง

1. ทาน สละสิ่งของๆ ตนเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
2. ปัพพัชชา ถือบวช เป็นอุบายเว้นจากเบียดเบียนกันและกัน
3. มาตาปิตุอุปัฏฐาน ปฏิบัติมารดาบิดาของตนให้เป็นสุข

อปัณณกปฏิปทา คือปฏิบัติใม่ผิด 3 อย่าง

1. อินทรียสังวร สำรวมอินทรีย์ 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ไม่ยินดียินร้ายเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้อง
โผฏฐัพพะ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ
2. โภชเน มัตตัญญุตา รู้จักประมาณในการกินอาหารแต่
พอควร ไม่มากไม่น้อย
3. ชาคริยานุโยค ประกอบความเพียรเพื่อชำระใจให้หมดจด
ไม่เห็นแก่นอนมากนัก
บุญกิริยาวัตถุ 3 อย่าง
สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญ เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ โดยย่อมี
3 ย่าง
1. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน
2. ศีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
3. ภวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา

สามัญลักษณะ 3 อย่าง ลักษณะที่เสมอกันแก่สังขารทั้งปวง เรียกสามัญลักษณะ ไตรลักษณะก็เรียก แจกเป็น 3 อย่าง
1. อนิจจตา ความเป็นของไม่เที่ยง
2. ทุกขตา ความเป็นทุกข์
3. อนัตตตา ความเป็นของไม่ใช่ตน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *